ก่อน พ.ศ.2515 เมื่อนักเรียนในเขตอำเภอดอกคำใต้ ที่สำเร็จการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาแล้ว ผู้ปกครองที่มีฐานะดีจะส่งบุตรหลานไปเรียนในเวียง (อำเภอเมืองพะเยาในปัจจุบัน) ส่วนผู้ปกครองที่มีฐานะยากจน มักจะให้ลูกชายบรรพชาแล้วศึกษาต่อที่โรงเรียนพินิตประสาธน์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดศรีอุโมงค์คำ (วัดสูง) โดยจะไปอาศัยอยู่
ตามวัดต่าง ๆ ในเมือง สำหรับนักเรียนส่วนใหญ่ ได้แก่ นักเรียนชายที่ไม่ได้บวชเรียนและนักเรียนหญิงจะไม่ได้เรียนต่อต้องอยู่กับบ้าน ช่วยเหลือผู้ปกครองประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย

                    พระครูสุวรรณคณาภิรักษ์ (พระมงคลวัฒน์ในปัจจุบัน) เจ้าอาวาสวัดบุญเกิด ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอดอกคำใต้ในขณะนั้น ได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา จึงริเริ่มคิดที่จะก่อตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาขึ้นในอำเภอดอกคำใต้ เพื่อให้บุตรหลานของชาวบ้าน ที่ตกค้างอยู่ได้ศึกษาเล่าเรียนในระดับที่สูงขึ้น หวังเพียงว่าเมื่อจบออกไปแล้วจะเป็นคนดีของสังคมและกลับมาช่วยกันพัฒนาบ้านเกิดในอนาคต จึงได้ปรึกษาหารือกับเจ้าพ่อปฐม เชื้อเจ็ดตน (เชื้อเจ็ดองค์) และคุณครูประยูร อินทร์ต๊ะวงศ์ หาลู่ทางในการจัดตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอดอกคำใต้ และได้ทราบว่าการจะขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษานั้น ชุมชนจะต้องหาที่ดินอย่างน้อย 35 ไร่ และโอนที่ดินนั้น เป็นชื่อของกรมวิสามัญศึกษากระทรวงศึกษาธิการเสียก่อน จึงจะพิจารณาอุนมัติให้จัดตั้งได้ ท่านจึงได้เรียกประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนกลุ่มพ่อค้า ข้าราชการและประชาชนชาวดอกคำใต้ เพื่อขอความร่วมมือและสนับสนุนการจัดตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษา ประจำอำเภอดอกคำใต้ โดยพระครูสุวรรณคณาภิรักษ์ได้ ประเดิมมอบที่ดินซึ่งเป็นมรดกของตนเองประมาณ 10 ไร่ ให้เป็นที่จัดตั้งโรงเรียน

                          ในที่ประชุมมีมติ ดังนี้

1. จัดงาน “ธุดงค์รุกขมูล” ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งและรับบริจาคเงินสมทบซื้อที่ดิน เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน ในขณะที่ “ท่านพระครูสุวรรณคณาภิรักษ์” หรือหบวงปู่ก้ำ ได้นำคณะพระภิกษุสงฆ์ สามเณร มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืน ท่านพระอาจารย์ถนัด ปริปุณโณ เจ้าอาวาสวัดทุ่งหลวง จุดเทียนจะเข้าจำวัดในเพิงพัก ได้พบกับงูตัวหนึ่งที่ในบริเวณที่นอน สะดุ้งตกใจ ได้เรียกพระภิกษุสามาเณรให้เข้ามาดูและให้ไปแจ้ง “ท่านพระครูสุวรรณคณาภิรักษ์” หรือหลวงปู่ก้ำได้เข้ามาดู ท่านได้บอกบอกให้พระภิกษุสามเณร เอาไม้ไล่งูตัวนั้นไป แต่งูไม่ยอมเลื้อยไปไหน จึงได้นำงูตัวที่พบไปไว้ในตู้กระจกที่รับบริจาค เพื่อจะนำไปปล่อย ตอนรุ่งเช้าคณะจึงเข้าไปดูและเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจทั้งคณะ ที่ได้เห็นงูคายเอาวัตถุบางอย่างออกมาจากปาก “ท่านพระครูสุวรรณคณาภิรักษ์” หรือหลวงปู่ก้ำ และคณะพระภิกษุสงฆ์สามเณร จึงได้นำวัตถุที่งูคายออกมาดู จึงได้รู้ว่าเป็นวัตุหินสี่เหลี่ยม หรือที่ชาวบ้านล้านนาเรียกว่า “เป็ก” (ข้าวตอกพระร่วง) ซึ่งคุณสมบัติของเป็กนั้น คนโบราณในล้านนามีความเชื่อว่าป้องกันสุนัขกัดและแม้ถูกกัดก็ไม่เข้า หนังเหนียว ไว้ใช้ป้องกันการชกต่อย และใครได้ครอบครองก็จะมีแต่ความร่มเย็น ซึ่งได้สันนิษฐานว่างูตัวนั้นอาจเป็นพญานาคมาร่วมพิธี คณะจึงตั้งจิตอธิษฐานภาวนาให้การก่อตั้งโรงเรียนดอกคำใต้วิทยาคม จงมีแต่ความราบรื่นประสบความสำเร็จ จึงได้นำงูตัวนั้นไปปล่อย (ปัจจุบันหลวงปู่ได้นำเป็กไปบรรจุไว้ใบยอดโมลีพระเศาของพระเจ้า 28 องค์ในพระวิหาร)

2. มอบหมายให้เจ้าพ่อปฐม  เชื้อเจ็ดตน (เชื้อเจ็ดองค์) และคณะไปดำเนินการขอบริจาคเงินจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อนำมาซื้อที่ดินเพิ่มเติม

3. มอบหมายให้คุณครูประยูร  อินต๊ะวงศ์ และคณะไปดำเนินงานเรื่องการขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนกับกรมวิสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ทั้ง 3 กิจกรรมมีพระครูสุวรรณคณาภิรักษ์เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และเป็นกรรมการร่วมกับคณะไปขอบริจาคเงินจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย

           สรุปเรียบเรียงตามปีพุทธศักราช ได้ดังนี้

  • พ.ศ.2512-2513 พระครูสุวรรณคณาภิรักษ์ ได้บริจาคที่ดิน จำนวน 10 ไร่ และได้รับเงินบริจาคจากการทำบุญ และเงินบำรุงท้องถิ่น 40,500 บาท ซื้อที่นาจำนวน 14 ไร่ จากนายโต ศรีบัวบาน นอกจากนั้นนางน้อย ปัญญา บริจาคที่นาของตนเอง สำหรับทำเป็นถนนสาธารณะ เข้ามายังพื้นที่ของโรงเรียนดอกคำใต้วิทยาคม (ถนนห้องประชาสัมพันธ์ปัจจุบัน)
  • พ.ศ. 2514 กองสลากกินแบ่งรัฐบาลได้บริจาค 55,000 บาท ซื้อที่นาของนายตุ้ย  เลิศทำ จำนวน 15 ไร่ และบริจาคเพิ่มอีก 2 ไร่ รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 38 ไร่ 76.5 ตารางวา (รังวัดตรวจสอบเมื่อ พ.ศ.2532)

  • พ.ศ.2515 เปิดทำการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2515 (วันสถาปนาโรงเรียน) โดยอาศัยเรียนที่โรงเรียนดอกคำใต้ประถมศึกษาตอนปลาย (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 46) เปิดสอนแบบสหศึกษา มีนายเกษม จันทมณีโชติ รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่ และมีครูบรรจุใหม่ 2 อัตรา  นักเรียน 2 ห้องเรียน จำนวน 69 คน
  • พ.ศ.2516 ผู้ปกครองได้บริจาคเงินสร้างอาคารชั่วคราว 16,350 บาท และได้ย้ายมาสอนในที่ดินของโรงเรียนเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2516 ทางราชการได้แต่งตั้งให้ นายรัศมีบ้านกลาง เป็นครูใหญ่คนแรก
  • พ.ศ.2523 ได้เริ่มเปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
  • พ.ศ.2532  พระครูสุวรรณคณาภิรักษ์ และสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนดอกคำใต้วิทยาคม ได้บริจาคเงิน 300,000 บาท ซื้อที่นาจัดทำสนามกีฬา จากนายทุ้ง นันตาลิต จำนวน 7 ไร่
  • พ.ศ.2534 พระครูสุวรรณคณาภิรักษ์ และสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนดอกคำใต้วิทยาคม ได้บริจาคเงิน 70,000 บาท ซื้อที่ทางเข้าโรงเรียนจากนายชูศักดิ์  นักปราชญ์ และนายณรงค์  นักปราชญ์ จำนวน 31 ตารางวา และในปีเดียวกันโรงเรียนได้สร้างพระบูชารูปลอยองค์ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว และรูปปั้นพระครูสุวรรณคณาภิรักษ์ ท่ายืนขนาดเท่าตัวจริง เพื่อให้ครู นักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนได้กราบไว้ สักการบูชา
  • พ.ศ.2535 โรงเรียนได้รับเสด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี
  • พ.ศ.2536 สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนดอกคำใต้วิทยคม มอบเครื่องคอมพิวเอตร์พร้อมปริ้นเตอร์ จำนวน 1 ชุดเป็นจำนวนเงิน 60,000 บาท
  • พ.ศ.2544 พระครูสุวรรณคณาภิรักษ์ บริจาคเงินสร้างอาคารพลศึกษา(อาคารมงคลวัฒน์ หรือศาลาแดง) ให้โรงเรียนดอกคำใต้วิทยาคม 1 หลัง เป็นเงิน 109,000 บาท
  • พ.ศ.2548 โรงเรียนดอกคำใต้วิทยาคม และสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนดอกคำใต้วิทยาคม ได้ร่วมกันซื้อที่ดินบริเวณที่ติดกับด้านหลังโรงเรียนจำนวน 1 ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา เป็นเงิน 550,000 บาท จากนางจันทร์ ปัญญา เพื่อขยายพื้นที่โรงเรียนและได้สร้างอาคารหอสมุดชุมชนอินเทอร์เน็ตขึ้น
  • ปี 2552 โรงเรียนได้ทำการพัฒนาอาคารต่าง ๆ โดยการปูกระเบื้อง เทพื้นทางเดินอาคาร ปรับปรุงโรงอาหารให้มีพื้นที่มากขึ้น จัดสวนหย่อมให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของนักเรียน   ติดตั้งเครื่องกรองน้ำดื่มและเพิ่มพื้นที่สำหรับน้ำดื่มให้แก่นักเรียน ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อดูแลนักเรียนให้ทั่วถึงตามมุมอับต่าง ๆ และส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยการสร้างอาคารห้องสมุดเพิ่มเติมอีก 1 หลัง ถัดจากห้องสมุดเดิม
  • ปี 2552 โรงเรียนได้ทำการทาสีอาคารทั้ง 3 หลัง คืออาคาร 1,2 และ 3
  •  ปี 2553 โรงเรียนได้ทำการทาสีอาคารเรียนและอาคารประกอบ
  •  ปี 2555 โรงเรียนได้ปรับปรุงซ่อมแซมอาคาร 1
  •  ปี 2556 โรงเรียนได้รับจัดสรรงบประมาณทำร่องระบายน้ำหน้าอาคาร 3
  •  ปี 2557 ปรับปรุงอาคารเรียนโดยการทาสีอาคาร ซ่อมฝ้าเพดาน ปรับซ่อมทางระบายน้ำ สร้างศาลาที่พักนักเรียน 1 จุด ใช้งบประมาณชมรมผู้ปกครอง 150,000 บาท
  •  ปี 2558 ปรับปรุงอาคารเรียนอาคารประกอบ จำนวน 6 ห้อง สร้างต่อเติมเชื่อมอาคารห้องสมุด 1 หลัง ปรับปรุงน้ำพุอุทยานการเรียนรู้ 1 จุด
  • ปี 2559 ติดตั้งถังบำบัดน้ำเสีย  2 จุด ทำบ่อดักไขมัน สร้างโรงเก็บขยะ ปรับปรุงห้องน้ำครู (ฝั่งวิชาการ) อาคารราชพฤกษ์ ปรับปรุงห้องน้ำนักเรียน สร้างห้องน้ำครูอาคารคอมพิวเตอร์ ติดตั้งระแนงเหล็กหลังหอประชุม 2 ข้าง ติดตั้งประตูใต้บันใดอาคารราชพฤกษ์ 2 ข้าง สร้างศาลาที่พักนักเรียน ปรับปรุงซ่อมแซมอาคารหลังคาอาคารเรียน 316ค (อาคารราชพฤกษ์) ปรับปรุงสนามฟุตบอล ซ่อมแซมบ้านพักครู ซ่อมแซมอาคารเรียน ซ่อมแซมถนน ซ่อมอาคารเรียนประกอบ ติดตั้งรางระบายน้ำ ติดตั้งเตาเผาขยะ ปรับปรุงภูมิทัศน์น้ำตก ซ่อมแซมหลังคาอาคารเรียน อาคารหอประชุม และโรงอาหาร ปรับปรุงภูมิทัศน์แปลงเกษตร ซ่อมแซมประตูหลังโรงเรียน

                 ปัจจุบันนี้ (พ.ศ.2561) โรงเรียนดอกคำใต้วิทยาคม มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 47 ไร่ 1 งาน 45 ตารางวา โรงเรียนได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษา ทั้ง 3 รอบ จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยรอบที่ 1 (พ.ศ.2544-2548) รอบที่ 2 (พ.ศ.2549-2553) และรอบที่ 3 (พ.ศ.2554-2558) และจะได้รับการประเมินรอบที่ 4 ปี พ.ศ.2559

 

 

   

กลับด้านบน